www.thairiceexporters.or.th  
home about us members contact us FAQ link site map English Thai

ส่งออกข้าวไทย-เวียดนาม รับอานิสงส์อินเดียแล้งจัด


หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานวานนี้ (4 ก.ย.) ว่า โครงการอุดหนุนราคาข้าวและช่วยเหลือชาวนา ทำให้สต็อกข้าวของไทยพุ่งขึ้นถึงระดับ 7 ล้านตันในปีนี้ และก่อให้เกิดความกังวลว่า ราคาข้าวจะร่วงลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่ภาวะแห้งแล้งในอินเดียที่ทำให้ผลผลิตข้าวตกต่ำจนไม่เพียงพอต่อการส่งออก จะช่วยให้เกิดความต้องการมากพอรองรับผลผลิตข้าวของไทย โดยอินเดียสั่งห้ามส่งออกข้าวทุกชนิด ยกเว้น ข้าวชั้นเลิศ อย่างบาสมาติ ซึ่งมีราคาสูงถึงตันละ 900 ดอลลาร์ หรือมากกว่านั้น

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ กล่าวว่า แนวโน้มความต้องการข้าวไทยอยู่ในขั้นดีมาก สถานการณ์ความแห้งแล้งของอินเดีย ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ส่งออกรายอื่น เฉพาะการส่งออกข้าวไทยไปแอฟริกา ก็เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าแล้วในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ โดยอยู่ที่ระดับประมาณ 400,000 ตันต่อเดือน และส่อเค้าว่าจะทรงตัวอยู่ระดับนี้ต่อไปจนถึงสิ้นปี ทั้งนี้ แอฟริกาบริโภคข้าวกว่า 22 ล้านตันต่อปี และต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก

ขณะเดียวกัน เวียดนามผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อีกรายหนึ่ง คาดว่าจะส่งออกข้าว 6 ล้านตันในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 4.7 ล้านตันเมื่อปีที่แล้ว นายฮุน มินห์ ฮิว เลขาธิการใหญ่ สมาคมอาหารเวียดนาม กล่าวว่า เวียดนามเก็บเกี่ยวข้าวได้มากในปีนี้ จึงมีข้าวในสต็อกเป็นจำนวนมาก และคาดว่าจะสามารถส่งออกข้าวได้เกินเป้าหมาย 5 ล้านตันที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ สืบเนื่องจากความต้องการเพิ่มขึ้นจากแอฟริกา มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ขณะที่ความต้องการจากอินโดนีเซียชะลอตัว เพราะยังมีข้าวในสต็อก แต่เชื่อว่าอินโดนีเซียจะกลับเข้าตลาดอีกครั้งช่วงปลายปีนี้

นายฮุน กล่าวว่า เวียดนามเสนอขายข้าว 5% ในราคาต่ำกว่าไทยประมาณ 30% และคาดว่าจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุด จากการที่อินเดียต้องถอนตัวออกจากตลาดส่งออกข้าว

ทางด้านนายวิชัย ศรีประเสริฐ ประธานบริษัทไรซ์แลนด์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า หากความต้องการข้าวยังมีต่อเนื่อง ก็เชื่อว่าราคาข้าวไทยจะไม่ลดลงต่ำกว่าระดับ 500 ดอลลาร์ต่อตัน แม้ถึงช่วงเก็บเกี่ยวในเดือน พ.ย. และราคามีโอกาสพุ่งขึ้นไปถึงตันละ 700 ดอลลาร์

ภาวะแห้งแล้งในอินเดียไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดข้าวเท่านั้น แต่ตลาดน้ำตาลก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยราคาน้ำตาลในตลาดโลกทะยานขึ้นไปแตะระดับ 24.85 เซนต์ต่อปอนด์ เมื่อวันอังคาร (1 ก.ย.) ถือเป็นระดับสูงสุดนับจากเดือน ก.พ. 2524 ผลจากความวิตกว่าภาวะแห้งแล้งในบราซิลและอินเดีย สองผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่สุดของโลก จะทำให้ผลผลิตน้ำตาลทั่วโลกลดลงในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำตาลปรับตัวลงมาอยู่ที่ 23.14 เซนต์ต่อปอนด์วานนี้ (4 ก.ย.) ท่ามกลางความกังวลว่า อินเดีย ซึ่งเป็นผู้บริโภคน้ำตาลรายใหญ่ที่สุดในโลก อาจชะลอการซื้อหลังจากราคาทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบ 28 ปี

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

 


©
Thai Rice Exporters Association

37 Soi Ngamduplee , Rama 4 Road , Toongmahamek , Sathorn District , Bangkok 10120 ,
Tel. 0-2287-2674-7 , 0-2287-2663-4 , Fax : 0-2287-2678

E-mail :
contact@thairiceexporters.or.th


Copyright © 2009 All rights reserved by Thai Rice Exporters Association.