นายศุภรักษ์ ควรหา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2552 โดยกำหนดปริมาณรับจำนำ จำนวน 2.5 ล้านตันข้าวเปลือก ระยะเวลาการรับจำนำตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค.-31 ก.ค.2552 พร้อมเห็นชอบให้ปรับลดวงเงินรับจำนำของเกษตรกรแต่ละรายในโครงการให้เหลือวงเงินไม่เกิน 3.5 แสนบาท จากเดิมไม่เกิน 5 แสนบาท
ครม.สั่งกำชับอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติระดับจังหวัด กำกับดูแลการรับจำนำตามหลักเกณฑ์โดยเคร่งครัด โดยเฉพาะการสวมสิทธิเกษตรกร หากตรวจพบการทุจริต จะถูกตัดสิทธิไม่ให้เข้าร่วมโครงการตลอดไป
สำหรับราคารับจำนำ กำหนดให้ข้าวเปลือกนาปรัง ความชื้นไม่เกิน 15% มีราคาเท่ากับราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2551/2552 โดยข้าวเปลือกเจ้า 25-100% ราคาตันละ 10,800 - 12,000 บาท ข้าวเปลือกปทุมธานี ชนิดสีต้นข้าว 36-42 กรัม ราคาตันละ 11,400-12,000 บาท โดยให้ปรับราคาเพิ่มหรือลดตามจำนวนกรัมในอัตรากรัมละ 100 บาท และข้าวเปลือกเหนียว 10% คละ ราคาตันละ 9,000 พันบาท ขณะที่วงเงินค่าใช้จ่ายในการรับจำนำจะอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท โดยจะใช้เงินกู้โครงการรับจำนำพืชผลการเกษตร วงเงิน 1.1 แสนล้านบาท
ครม.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 7 ชุด เพื่อให้การดำเนินการของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ได้แก่ คณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติด้านการผลิต คณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติด้านการตลาด คณะอนุกรรมการดำเนินการรับจำนำข้าวเปลือก คณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวสาร คณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติระดับจังหวัด คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการรับประกันราคาและประกันภัยข้าวเปลือก และคณะอนุกรรมการติดตามและตรวจสอบข้าวโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2551
นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย ได้ยื่นหนังสือขอให้รัฐบาลทบทวนมติ กขช. ที่กำหนดราคาจำนำเพียง 11,800 บาทต่อตัน และปรับลดวงเงินเหลือ 3.5 แสนบาท ซึ่งเกษตรกรสามารถทำนาได้เพียง 29 ไร่เท่านั้นเพราะผลผลิตเกินวงเงิน หากรัฐบาลไม่ทบทวน จะชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่แน่นอน
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ |