เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2549 สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงจาการ์ตา ได้เข้าพบและหารือ กับ Mr. Tito Pranolo ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและสารสนเทศ (Director of Business Development & Information Technology) ของ Perum BULOG หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ดูแลเรื่องโลจิสติกส์ของอินโดนีเซีย Logistic State Enterprise) ซึ่งรับผิดชอบสต๊อกข้าวของรัฐบาล สรุปสาระการหารือได้ ดังนี้
1. Perum BOLOG เป็นหน่วยงานโลจิสติกส์ของอินโดนีเซีย ซึ่งได้มีปรับเปลี่ยนโครงสร้างจากเดิมที่เป็นหน่วยงานของรัฐบาลมาเป็น รัฐวิสาหกิจ แต่ยังมีภารกิจเดิมในส่วนของหน่วยงานรัฐที่ต้องรับผิดชอบดูแล คือ การ จัดการสต๊อกสินค้าที่สำคัญ เช่น ข้าว และน้ำตาล เป็นต้น รวมทั้งการรักษาระดับราคาสินค้าดังกล่าวในประเทศ
2. ปัจจุบันอินโดนีเซียมีนโยบายข้าว (Rice Policy) ซึ่งออกเป็นคำสั่งประธานาธิบดี ที่ 13/2005 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2549 กำหนดอำนาจหน้าที่ให้หน่วยงานรัฐบาล 17 หน่วยงานดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว โดยในส่วนของการนำเข้าได้มีการกำหนดนโยบาย ให้นำ เข้าข้าวในกรณีที่ผลผลิตภายในประเทศไม่เพียงพอเท่านั้นและการรักษาเสถียรภาพของราคาข้าวในประเทศต้องดำเนินการโดยผ่านสต๊อกข้าวของรัฐบาลโดย BULOG
3. สำหรับหลักเกณฑ์การนำเข้าจะมาจากมติที่ประชุมระหว่างหน่วยงานของรัฐบาล (Interagency Coordination Meeting) ซึ่งมีสาระสำคัญคือ มีการขยายระยะเวลาห้ามการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ (Prolongation of the Prohibition of Rice Import) โดยปัจจุบันได้ขยายไปถึงเดือนมิถุนายน 2549 ซึ่งมีหลักเกณฑ์คือจะพิจารณา นำเข้าข้าวเฉพาะในกรณีที่ราคาข้าวชนิดปานกลาง (medium qualities) ภายในประเทศนั้นสูงกว่า 3,500 รูเปียต่อ กิโลกรัม และข้าวในสต๊อกของรัฐบาลคือ BULOG นั้นต่ำกว่า 1 ล้านเมตริกตัน
4. กระบวนการตัดสินใจนำเข้าข้าวนั้น BOLOG ได้ให้ข้อมูลว่าจะมาจากมติที่ประชุมของหน่วยงาน รัฐบาล ที่รับผิดชอบตามนโยบายข้าว โดยเห็นว่าจากหน่วยงานสำคัญจะเป็น รัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจ รัฐมนตรีพาณิชย์ รัฐมนตรีเกษตร และรัฐมนตรีการคลังโดยผู้มีอำนาจ ตัดสินใจสุดท้าย (final decision) คือ รัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจ แต่ในการออกใบอนุญาติให้มีการนำเข้าจะเป็นอำนาจของรัฐมนตรีพาณิชย์
5. สำหรับสถานการณ์การนำเข้าในปัจจุบัน ซึ่งมีรายงานข่าวว่ารัฐบาลอินโดนีเซียประกาศ นำเข้าข้าวชนิด ปานกลาง (ข้าวหัก 15%) จากประเทศเวียดนามในปริมาณ 110,000 เมตริกตันภายในเดือนมกราคมนี้นั้น BULOG แจ้งว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เนื่องจาก ราคาข้าวภายในประเทศสูงกว่า 3,500 รูเปียต่อกิโลกรัม และสต๊อกข้าวของ ประเทศมีปริมาณต่ำกว่า 1 ล้านเมตริกตัน ซึ่งการตัดสินใจนำเข้าข้าวจากประเทศเวียดนามนั้นเกิดจาก ความสัมพันธ์ ที่ผ่านมาระหว่างทั้งสองประเทศ โดยเวียดนามได้เคยให้ความช่วยเหลือแก่อินโดนีเซียในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจและได้มีการทำ MOU โดยอินโดนีเซียตกลงที่จะนำเข้าข้าวชนิดปานกลางจากเวียดนามในปริมาณ 500,000 เมตริกตันในระยะเวลา 5 ปี นอกจากนี้ราคาข้าวชนิดปานกลางของเวียดนามก็มีราคาต่ำ โดย BULOG ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า เมื่อเปรียบเทียบนอกจากข้าวไทยจะมีราคาสูงกว่าเวียดนามแล้ว การส่งออกของไทยจะขึ้นอยู่กับ หลักพื้นฐานทางการค้าเท่านั้น (more on commercial basis) ซึ่งต่างจากเวียดนามที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาก่อน
6. สำหรับการอนุญาติให้มีการนำเข้าข้าวเกรดพิเศษ (special rice) เช่น ข้าวเมล็ดสั้นญี่ปุ่น (Japonica Rice) และข้าวบาสมาติ เนื่องจากอินโดนีเซียไม่สามารถผลิตได้ หรือเป็นข้าวที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพนั้น BULOG แจ้งว่า ไม่ทราบข้อมูลรายละเอียดในเรื่องนี้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะสามารถให้ข้อมูลได้จะเป็นกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งสำนักงานฯ จะต้องติดตามรายละเอียดในเรื่องนี้ต่อไป
ที่มา สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงจาการ์ตา (กุมภาพันธ์ 2549)
|